แนะนำองค์กร
  หน้าแรก
  ประวัติความเป็นมา
  วิสัยทัศน์
  พันธกิจ
  ค่านิยม
  วัตถุประสงค์
  ภารกิจศูนย์
  บุคลากร
  คณะผู้บริหาร
  วีดีโอแนะนำองค์กร
  แผนที่
  ติดต่อศูนย์ฯ
ข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์ ฯ
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  กิจกรรมศูนย์
  การสมัครเข้ารับการสงเคราะห์
  จำนวนผู้สูงอายุภายใน
  วิธีการบริจาค
  วิธีการเข้าทำกิจกรรม
  ผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ
  ดาวน์โหลดรายละเอียดโครงการ
  จดหมายข่าว
  ระบบรับบริจาค
  ระบบดูรายการรับบริจาคประชาชน
  ลำดับคิวเข้ารับบริการประเภทพิเศษ
ภารกิจ 4 ด้าน
  ศ.การเรียนรู้
  ศ.การจัดสวัสดิการในสถาบัน
  ศ.ข้อมูลสารสนเทศ
  ศ.จัดสวัสดิการในชุมชน
แบบสำรวจความพึงพอใจ
  แบบสำรวจความพึงพอใจ
  ประโยชน์ที่่ท่านได้จากเว็บไซด์
ฝ่ายบริหารงาน
  งานพี่เลี้ยง+คนงาน
  งานอาคารสถานที่
  งานยานพาหนะ
  งานสูทกรรม
กลุ่มงานสวัสดิการสังคม
  งานพยาบาล
  งานกายภาพบำบัด
  งานสังคมสงเคราะห์
เว็บไซต์มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด
มากที่สุด
มาก
น้อย
น้อยมาก
ไม่มีเลย
ดูผลโหวด
ข่าวผู้สูงอายุ
4 Smart สู้ความเหลื่อมล้ำ : ปฏิบัติการดูแล "ผู้สูงอายุ" อย่างยั่งยืน
ไทยรัฐฉบับพิมพ์10 ก.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

“แก่”...อย่างมีคุณภาพ

สุดยอดความปรารถนาของผู้สูงวัยทุกคน

ประเทศไทยมีประชากรทั้งหมด 66,371,311 คน และภายในปี 2568 ไทยจะก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะมีประชากรสูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 14.4 ล้านคน หรือกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด นั่นหมายถึงประชากรไทยทุกๆ 5 คนจะมีผู้สูงอายุอยู่ 1 คน

และสิ่งที่ตามมาแบบเป็นเงาตามตัว คือ ปัญหาการเจ็บป่วยจากการตรวจร่างกายของผู้สูงอายุไทย โดยผลการศึกษาของสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ พบว่ามีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 85 หรือประมาณ 6 ล้านคนที่สามารถดูแลตนเองได้ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือจะมีผู้สูงอายุที่ต้องนอนติดเตียง ติดบ้าน ต้องพึ่งพิงคนอื่นช่วยดูแลกว่า 1 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 15 หรือประมาณ 960,000 คนที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้บางส่วน แต่ก็มีอีกประมาณ 63,000 คน ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เลย

นอกจากนี้ข้อมูลของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ผ่านมายังพบด้วยว่า การก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่เสื่อมลงของทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยมักพบโรคประจำตัวอย่างน้อย 1 โรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ทั้งโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ข้อต่อเสื่อม กระดูกพรุน ภาวะสมองเสื่อม พาร์กินสัน และภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่หน่วยงานสาธารณสุขต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าสู่ภาวะวัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพ

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เล่าถึงแผนการดูแลผู้สูงอายุว่า จะมีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุผ่านระบบการดูแลระยะยาว หรือ Long Term Care เป็นการดูแลสุขภาพผ่านชุมชน มีผู้จัดการสุขภาพ คือ มีผู้ดูแลระบบการดูแลผู้สูงอายุ หรือ Care Manager และมีอาสาคือผู้ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นคนทั่วไปที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่สามารถลงพื้นที่ไปดูแลผู้สูงอายุตามบ้านได้ หรือ Care giver ซึ่งเป็นระบบชุมชนเข้าไปดูแลผู้สูงอายุที่เจ็บป่วย ทำงานเชื่อมโยงสาธารณสุขที่อยู่ใกล้ คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และจากการทำงานเชื่อมโยงกันพบว่าทำให้สถานภาพผู้สูงอายุติดเตียงดีขึ้น เปลี่ยนมาเป็นติดบ้าน และมีจำนวนหนึ่งก็ขยับเป็นผู้สูงอายุติดสังคม คือ ออกมาใช้ชีวิตในสังคมได้ แต่ด้วยสังคมไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การดูแลเพียงเท่านี้คงไม่ได้ เราต้องเน้นป้องกันและดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนด้วยการเดินหน้า 2 โครงการสำคัญ

“ในปี 2563 มี 2 โครงการ คือ 1.โครงการ Preventive Long Term Care เป็นการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน จะเป็นการเชื่อมโยงกับแนวคิดที่ว่าผู้สูงอายุคือหลักชัยของสังคม ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย : อายุยืนยาว สุขภาพดียอดเยี่ยม และ 2.โครงการ Pre-Aging Long Term Care เป็นการเตรียมพร้อมกลุ่มอายุ 45-59 ปี ก่อนเข้าสู่ ผู้สูงอายุเต็มตัว ซึ่งกลุ่มนี้จะเน้นการเตรียมพร้อม ทั้งด้านการเงิน การดูแลสุขภาพ และเตรียมที่อยู่อาศัย อย่างเรื่องสุขภาพเราสามารถชะลอโรคภัยต่างๆได้ เช่น อายุ 45 ปี ค่าเฉลี่ยเกือบทุกคนใส่แว่นสายตา แม้ในคนไม่เคยใส่แว่นตา แต่หากดูแลสุขภาพสายตาได้ เราก็จะชะลอได้ โดยกรมอนามัยตั้งเป้าว่า จะไม่ใช่แค่ดูแลผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยให้มีอาการดีขึ้นเท่านั้น แต่ผู้สูงวัยที่สุขภาพดีก็ต้องสร้างเสริมสุขภาพเพื่อชะลอการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆด้วย เช่น ที่ผ่านมาตัวเลขผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีสถานะติดเตียง พบว่าจากการดูแลสุขภาพกลับมาอยู่ในสถานะติดบ้านดีขึ้น 10% จากผู้สูงอายุติดเตียงประมาณ 6 แสนคน และกลุ่มที่ติดบ้านจะต้องวางแผนไม่ให้ติดเตียงด้วย ซึ่งปัจจุบันผู้สูงอายุติดบ้านอยู่ที่ 2.6% ของผู้สูงอายุทั้งหมด” อธิบดีกรมอนามัย ขยายภาพโครงการรับมือสังคมผู้สูงอายุแบบครบวงจร

พญ.พรรณพิมล ยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกันของชุมชนเพื่อดูแลสุขภาพผู้สูงวัยตามแนวคิด “ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย” ว่า การดูแลนั้นจะยึดหลัก 4 Smart ประกอบด้วย 1.Smart Walk ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายแข็งแรงไม่หกล้ม โดยผู้สูงวัยควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที 2.Smart Brain ดูแลฝึกทักษะทางสมองด้วยการเล่นเกม ป้องกันภาวะสมองเสื่อม รณรงค์และส่งเสริมพฤติกรรมไม่สูบบุหรี่ เพราะเป็นสาเหตุทำให้สมองเสื่อมถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับคนไม่สูบบุหรี่ 3.Smart Sleep&Emotional นอนหลับอย่างเพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง โดยนอนหลับในช่วงหัวค่ำและตื่นแต่เช้า พร้อมทั้งส่งเสริมสุขภาพจิตและอารมณ์ ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุ เป็นต้น และ 4.Smart Eat กินอาหารถูกหลักโภชนาการครบ 5 หมู่ ลดอาหารหวาน มัน เค็ม เน้นผัก ผลไม้ เลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ปลาทะเล มีกรดโอเมก้า 3 สูง ช่วยบำรุงประสาท สายตา และสมอง ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี เพื่อความสามารถในการบดเคี้ยวอาหาร เป็นต้น

ทีมข่าวสาธารณสุข เห็นด้วยกับการเตรียมความพร้อมในการจัดแผนดูแล “ผู้สูงอายุ” โดยเน้นการป้องกันและดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย” ซึ่งถือเป็นมาตรการการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง โดยยึดหลัก 4 Smart ในการสู้กับความเสื่อมถอยของสภาพร่างกาย ช่วยคืนสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพจิตให้แจ่มใส ทำให้ผู้สูงอายุได้มีรอยยิ้มอยู่คู่กับสังคมต่อไปแต่สิ่งที่อยากฝาก คือ การเอาจริงเอาจัง กับการนำแผนการดูแลผู้สูงอายุสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและด้วยความจริงใจ ไม่ปล่อยให้เป็นเพียงแผนบนแผ่นกระดาษเท่านั้นคงน่าเศร้า หากในอนาคตประเทศไทยต้องกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุที่ไร้คุณภาพ.


ทีมข่าวสาธารณสุข


โพสข้อมูลเมื่อ วันที่ : 10 ก.ย. 2562  เวลา 00:00 น.     ( เข้าชมทั้งสิ้น 501 ครั้ง )


 ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค
813 ถ.เพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160
เบอร์โทรศัพท์ 0-24131141 เบอร์แฟกซ์: 0-2455-1590 อีเมล์: banbangkhae@yahoo..com